โรงไฟฟ้ามุ่งเจริญกรีนเพาเวอร์
สถานที่ตั้ง : 333 หมู่ที่ 7 ถนนสุรินทร์-ศรีขรภูมิ ตำบลบุฤาษี อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000 โทรศัพท์ : 044-710111
/*รูปบริษัท
ความเป็นมา
โรงไฟฟ้ามุ่งเจริญ กรีนเพาเวอร์ ตั้งอยู่หลักกิโลเมตรที่ 10 ถนนสุรินทร์-ศรีขรภูมิ บนพื้นที่กว่า 300 ไร่ เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลที่ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงแห่งแรกในจังหวัดสุรินทร์ โดยมีกำลังการผลิตสุทธิ 9.9 เมกะวัตต์ เทียบได้ประมาณร้อยละ 17 ของความต้องการพลังงานไฟฟ้าในจังหวัดสุรินทร์ ผู้ดำเนินโครงการ ได้แก่ บริษัทมุ่งเจริญ กรีนเพาเวอร์ และกลุ่มโรงสีข้าวในเครือมุ่งเจริญพร เป็นแหล่งเชื้อเพลิงหลักให้แก่โรงไฟฟ้าและเป็นโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในวันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2550
/*รูปภาพบริษัทฯ
โรงไฟฟ้ามุ่งเจริญ กรีนเพาเวอร์ ได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่รับซื้อไฟฟ้า 8 เมกะวัตต์ ภายใต้โครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) มีระยะสัญญา 21 ปีสำหรับไฟฟ้าที่เหลือจะถูกใช้ในขบวนการผลิตข้าวของโรงสี นอกจากนั้นโรงไฟฟ้ายังสามารถผลิตไอน้ำเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องกับการผลิตข้าวในอนาคต กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการกระจายรายได้ให้เกษตรกรในท้องถิ่น ลดการสูญเสียระบบส่งไฟฟ้าและเพิ่มความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้า และลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในขณะที่น้ำมันในปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นมาก
แกลบผลิตไฟฟ้าได้อย่างไร
พลังงานชีวมวล เป็นพลังงานที่สะสมอยู่ในต้นไม้ ใบหญ้า เพื่อจะเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์แล้วเก็บไว้ในส่วนต่างๆ เช่น ต้นข้าว จะสะสมพลังงานไว้ทุกส่วน ตั้งแต่เมล็ดข้าวที่เรากิน เปลือกข้าวหรือแกลบ และลำต้นที่จะกลายเป็นฟางข้าว ดังนั้น เศษที่เหลือใช้ของต้นข้าวทั้งแกลบและฟางข้าวซึ่งเป็นชีวมวลประเภทหนึ่ง จึงใช้เป็นเชื้อเพลิงได้เพราะมันเป็นแหล่งเก็บสะสมพลังงาน ซึ่งถือว่าเป็นพลังงานหมุนเวียน แกลบมีเกิดขึ้นตลอดเวลาจากต้นข้าวที่มีการปลูกในแต่ละปี จึงใช้แล้วไม่หมดไปและยังไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
กระบวนการของการผลิตไฟฟ้า
/*ภาพกระบวนการผลิตฟ้า
กระบวนการผลิตไฟฟ้าโรงไฟฟ้ามุ่งเจริญ กรีนเพาเวอร์ มีกระบวนการผลิตโดยใช้แกลบ เป็นเชื้อเพลิงเผาในหม้อไอน้ำ ทำให้น้ำเดือดจนกลายเป็นไอร้อนถึง 435 องศาเซลเซียส แล้วนำไอน้ำไปหมุนกังหันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง หม้อน้ำที่ใช้เป็นระบบปิด ฝุ่นและควันจากการเผาไหม้จะถูกดึงไปเข้าเครื่องกำจัดฝุ่นถึง 2 ขั้นตอน ทำให้เหลือฝุ่นไม่ถึงร้อยละ 1 (น้อยกว่า 1 กรัม/ลูกบาศก์เมตร) หลุดรอดออกจากปล่องควัน ดังนั้น ไอเสียจากปล่องของโรงไฟฟ้าจึงไม่เป็นมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบ
การใช้น้ำ
/*ระบบน้ำ
การใช้น้ำดิบโรงไฟฟ้ามุ่งเจริญ กรีนเพาเวอร์ ต้องใช้น้ำประมาณ 1200 ลูกบาศก์เมตร/วัน ในการช่วยผลิตระบบไฟฟ้า จึงได้สร้างบ่อเก็บน้ำภายในโครงการจำนวนทั้งสิ้น 4 บ่อ รวมความจุทั้งสิ้นกว่า 4.8 แสนลูกบาศก์เมตร เป็นการสำรองน้ำดิบไว้ใช้ในระบบการผลิตได้ถึง 2 ปี จึงไม่เกิดผลกระทบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติภายนอก
น้ำทิ้งจากโรงไฟฟ้า
ในแต่ละวันจะมีน้ำทิ้งวันละ 200 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งมาจากน้ำหล่อเย็น น้ำทิ้งจากหม้อน้ำ น้ำทิ้งจากเครื่องกรองน้ำ น้ำทิ้งจากการล้างเรซิน และน้ำทิ้งจากการใช้ภายในโรงงาน โดยจะผ่านมายังระบบบำบัดน้ำเพื่อปรับสภาพให้เป็นกลางและทำให้สารแขวนลอยตกตะกอน หลังจากน้ำทิ้งทั้งหมดผ่านการบำบัดเรียบร้อยแล้วจะนำมาพักไว้ในบ่อพักน้ำขนาด 200 ลูกบาศก์เมตร เป็นเวลา 2 วัน เพื่อให้ตกตะกอน จากนั้นระบายไปยังบ่อพักน้ำสำหรับใช้รถต้นไม้ในพื้นที่สีเขีย
คุณภาพอากาศ
สำหรับคุณภาพอากาศจากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน มีนักวิชาการและวิศวกรที่เชี่ยวชาญ ประกอบกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย คุณภาพอากาศเสียจากการเผาไหม้ในหม้อไอน้ำจะผ่านไปยังระบบจับฝุ่นแบบลมหมุนวน (Multi-Cyclone) โดยฝุ่นที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาจะถูกเหวี่ยงให้เข้ารวมตัวกันจนมีขนาดที่ใหญ่และน้ำหนักมากขึ้นจึงตกลงสู่ด้านล่าง
/*รูประบบดักจับฝุ่น
ส่วนฝุ่นขนาดเล็กที่เหลือจะเข้าไปในระบบดักจับฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต หรือ ESP ซึ่งฝุ่นจะถูกดูดจับด้วยไฟฟ้าขั้วบวก-ลบ จนไปเกาะติดอยู่ตามแผ่นเหล็ก จากนั้นเครื่องจะเคาะแผ่นเหล็กให้ฝุ่นร่วงลงเป็นระยะๆ จึงมั่นใจในคุณภาพของอากาศ
/*รูป ESP
ประโยชน์ที่จังหวัดสุรินทร์และประเทศไทยได้รับจากโรงไฟฟ้ามุ่งเจริญกรีนเพาเวอร์
1.เป็นศูนย์การเรียนรู้และเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าชีวมวลแห่งแรกของจังหวัดสุรินทร์
2.ท้องถิ่นจะได้รับผลประโยชน์ในรูปภาษีโรงเรือนและภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณปีละกว่า 12 ล้านบาท
3.ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าในจังหวัด โดยที่พลังงานไฟฟ้าที่ส่งเข้าระบบคิดเป็น 17% ของพลังงานที่ใช้ในจังหวัดสุรินทร์
4.ช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในท้องถิ่น เป็นการสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ประหยัดเงินตราต่างชาติ ลดการนำเข้าพลังงานฟอสซิลที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าจากต่างประเทศ
5.เกิดการจ้างแรงงานในท้องถิ่น
การมีส่วนร่วมกับชุมชน
จัดให้นักเรียนนักศึกษาผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานและเยี่ยมชมโครงการ
/*รูปการมีส่วนร่วม
จัดทีมงานชุมชนสัมพันธ์เข้าพบปะกับประชาชน ผู้นำชุมชน ครูอาจารย์ในชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า
/*รูปดูงาน
บริษัท มุ่งเจริญไบโอแมส จำกัด
โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล 17 เมกะวัตต์ ตำบลราม อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
ความเป็นมาของโครงการ
จากวิกฤติการณ์ราคาพลังงานปรับตัวขึ้นลง ประเทศไทยต้องนำเข้าพลังงานเป็นมูลค่าเกือบหนึ่งล้านล้านบาทในระยะเวลาปีกว่าที่ผ่านมา ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบ ตลอดจนประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
กระทรวงพลังงานเล็งเห็นความสำคัญในการจัดหาแหล่งพลังงานที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานหมุนเวียนในประเทศ จึงมีนโยบายที่จะพัฒนาพลังงานทดแทนเป็นแหล่งพลังงานหลักของประเทศ และได้จัดทำแผนพัฒนาพลังงานทดแทน 15 ปี (พ.ศ. 2551 – 2565) ขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนให้เป็นร้อยละ 20 ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายของประเทศ ภายในปี พ.ศ.2565
บริษัท มุ่งเจริญไบโอแมส จำกัด มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาพลังงานแบบยั่งยืนให้สอดคล้องกับนโยบายด้านการใช้พลังงานของประเทศ โดยจะพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล กำลังการผลิต 17 เมกะวัตต์ พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากโครงการนี้จะขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ภายใต้โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (Small Power Producer : SPP)
ศึกษาสภาพแวดล้อมปัจจุบัน
ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
เสนอแนะมาตรการป้องกันและลดผลกระทบฯ
เสนอแนะแผนการติดตามตรวจสอบฯ
จัดทำรายงานให้โครงการพิจารณาประกอบแผนการพัฒนาในอนาคต
สภาพโครงการในปัจจุบัน
โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 17 เมกะวัตต์ จะต้องทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2552 เพื่อเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนการพัฒนาโครงการ
โดยบริษัท มุ่งเจริญไบโอแมสจำกัด ได้มอบหมายให้บริษัท ทีมคอน ซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมน์ จำกัด ดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และ สผ. ได้มีหนังสือเห็นชอบต่อรายงานฯ เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2554
ที่ตั้งและลักษณะโครงการ
– อยู่ในเขตพื้นที่ ตำบลราม อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ มีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่โดยเป็นพื้นที่สีเขียว 150 ไร่ (ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างจาก อบต.ราม เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2553)
– ใช้แกลบ เศษไม้ และเปลือกไม้สับเป็นเชื้อเพลิง
– ขนาดกำลังการผลิต 17 เมกะวัตต์
– อุปกรณ์หลัก ได้แก่ หม้อต้มไอน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า กังหันไอน้ำ ระบบหล่อเย็นแบบปิดและระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ
– โครงการขุดบ่อน้ำดิบขนาด 768,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อกักเก็บน้ำฝนในช่วงฤดูน้ำหลาก และเพียงพอต่อการใช้น้ำทั้งหมดของโครงการ ประมาณ 562,000 ลูกบาศก์เมตร
– โครงการจะนำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดตามมาตรฐานฯ กลับไปใช้ใหม่ โดยนำไปรถน้ำต้นไม้ภายในพื้นที่สีเขียว
– คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีมติให้โครงการได้รับการส่งเสริมการลงทุน เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2554
/*รูปที่ตั้งโครงการ
กิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน
/*ไว้ใส่รายละเอียด
กลุ่มเป้าหมาย ในพื้นที่รัศมี 0-3 กิโลเมตร และรัศมี 3-5 กิโลเมตร จากตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ ได้แก่ ตำบลราม ตำบลบุฤาษี ตำบลสลักได ตำบลเมืองที ตำบลสำโรง และเทศบาลตำบลเมืองที
แนวทางหลักด้านสิ่งแวดล้อม
หลักการสำคัญในการก่อสร้างและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล 17 เมกะวัตต์ ของบริษัท มุ่งเจริญไบโอแมส จำกัด นอกจากความรอบคอบในการพิจารณาด้านเทคนิค วิธีการก่อสร้างที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว ยังคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมในทุกๆด้าน รวมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
– ใช้เชื้อเพลิงสะอาด ได้แก่ แกลบ เศษไม้ และเปลือกไม้สับ
– ควบคุมการระบายมลสารทางอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
– หมุนเวียนนำน้ำทั้งหมดกลับมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่โครงการโดยไม่มีการระบายออกนอกพื้นที่โครงการ
– ให้โอกาสจ้างงานในท้องถิ่นเป็นอันดับแรก
– ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการและการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ โครงการยังมีแนวคิดในการสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง อาทิด้านการศึกษา การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชุมชน
/*

